Warrior กับสิ่งที่ควรจะมี

posted on 17 Aug 2010 07:26 by roguerogue  in WoW-Private

Warrior กับสิ่งที่ควรจะมีในความเป็น Warrior
เมื่อท่านชอบการล่าสังหาร

By Aladoryhehe
(บทความนี้ อิง Warrior สายทำดาเมจ Class อื่นอาจเอาไปใช้ได้บ้างนิดๆ lol)

สืบเนื่องจาก เหตุการณ์ปัจจุบันใน Serv ที่ Alt เยอะกันไม่หวาดไม่ใหว ปั้นมาจนแทบจะล้น และ Warrior ก็ตกเป็นจำเลยของคดีนั้น ด้วยความที่ไอเทมเทพ หาได้ง่าย ทำให้มีคนหันมาสนใจเล่น Warrior เพียงเพราะ ไม่มีอะไรทำ ซึ่งมันหลีกเลี่ยงความจริงไม่ได้เมื่อ warrior คนนั้นลง BGไปแล้ว ช่วยทีมไม่ได้เลย   เพราะไม่รู้ว่าปั้นมาทำไม เล่นไปทำไม ใช้อะไร กำหนดค่ายังไง หน้าที่ต้องทำอะไร Next melee คืออะไร อะไรคือ stance คำถามเหล่านี้ปรากฎบ่อยมากๆ ทำให้หลายๆคนเล่นมาเสียปล่าว เพราะไม่สนใจที่สนใจศึกษาพื้นฐาน Warrior อย่างจริงใจ  ผมจึงบอกสิ่งที่ควรจะมี และควรจะทำของ Warrior ในเกมส์นี้ เพื่อที่จะปั้นมาแล้วไม่เป็นตัวถ่วงของทีม หรือเล่นไม่ได้ เล่นไม่ขึ้น จนต้องเลิกเล่นไปเล่น class ใหม่ไปเรื่อยๆ


สิ่งที่ Warrior ควรจะมี และควรจะเป็น
 
ใน Battlegrounddddddd!!!!! BEEGEEEEESSSSS!!!!!

ออกตัวไว้ก่อน นี่มาจากการคิดและประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆ
ถ้าท่านใดมีสไตล์ที่แปลกกว่านี้ ไม่ต้องเชื่อผมหมดก็ได้lol

1. จำเป็นมั๊ย ที่ต้องถึกแบบ ทนทายาท ใน BG

ถ้าทีมค่อนข้างสูสีกัน ตรงนี้ขอบอกว่า แทบจะไม่จำเป็นเลย หากคุณไม่ได้เล่นสายแทงค์ หรือ PVP หรือรับบทเป็นตัวคีย์ต่างๆ ( วิ่งธง ชิงธง แทงค์) เพราะใน battleground ถึงจะโดนรุมตายก็จริง แต่พอเอาเข้าจริงๆแล้ว Warrior ก็ไม่ได้จะตายเร็วขนาดที่จะนับสามสิ้นชีพ (แต่ Serv นี้ไม่แน่อาจจะ 3 วิตายได้ เพราะ Furious กันทั้ง Serv 555)  ยังมีเวลาพอที่จะทำดาเมจฆ่า class อื่นลงได้ เพราะข้อดีของ warrior คือ ทาเล้นหลายแบบช่วยเพิ่มความสามารถในระหว่างต่อสู้  นั่นก็คือ ต้องได้ออกลวดลาย หรือโดนกระทืบก่อนถึงจะเก่ง และความคล่องตัวในการเข้าทำ  ความถึกจึงนับเป็นเรื่องรอง


หากมัวจะแต่ทำให้ถึกโดยที่ตัวเองเล่นสายทำดาเมจ


มันก็เหมือนดาบเหล็กกล้าเล่มใหญ่ยักษ์แต่ไม่มีคม

ถึงสับแรงแต่ก็ไม่ขาด ถึงเจ็บหนักแต่ก็ไม่ถึงตาย

ถ้าให้ผมมอง สิ่งที่ควรดูคือ ดาเมจ และค่า status ค่า melee ต่างๆ ที่ควรจะมีใน BG (สามารถหาดูได้จาก blog ของคุณ SpiritExt  และพี่ Tae ได้)  เพราะหัวใจหลักของ warrior สายตีคือการทำดาเมจเข้าใส่เป้าหมายด้วยความแรงและต่อเนื่อง หากมัวจะแต่ทำให้ถึกโดยที่ตัวเองเล่นสายทำดาเมจ มันก็เหมือนดาบเหล็กกล้าเล่มใหญ่ยักษ์แต่ไม่มีคม ถึงสับแรงแต่ก็ไม่ขาด ถึงเจ็บหนักแต่ก็ไม่ถึงตาย

2. เล่น Warrior ต้องใช้ความละเอียด

เช่นเดียวกับหลายๆ class Warrior ก็เช่นกัน เป็น class ที่มีการคิดค่าต่างๆละเอียดยิบย่อยมาก เพราะด้วยที่ Warrior เป็น melee class และมีสกิลเปิดการโจมตีที่ดีที่สุดในเกมส์ มาพร้อมกับ Stance 3 แบบให้เปลี่ยนไปตามสถาณการณ์ต่างๆ การที่จะได้เข้าปะทะกับ Class อื่นๆที่หลากหลาย ย่อมมีมาก จึงเป็นเหตุให้ความคิดที่จะทำให้ค่าพื้นฐานต่างๆ ของตัวเราเอง ครอบคลุมต่อการทำดาเมจกับทุก class ที่เราอาจจะได้ไปเจอ การเน้นค่าใดค่าหนึ่งมากเกินไป โดยไม่มีสิ่งมาทดแทนนั้น นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ การคิดตรงจุดนี้นับว่าท้าทายผู้เล่นแต่ละคนเลยทีเดียว ก่อให้เกิดความหลากหลายทางความคิด บางคนชอบ Cri ชอบ Expertish ชอบ ATK หรือ Armor Penetration แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ควรจะอยู่ในรูปของการโจมตีที่ครอบคลุมทุกรูบแบบด้วย ไม่ใช่ใส่มาได้อย่างเสียอย่าง การใส่เพชรต่างกัน 1เม็ดย่อมมีผลในแบบที่หลายๆคนอาจคาดไม่ถึงเลย แม้กระทั่งบัฟของ Warrior ที่มีแค่ Battle กับ Command ถ้ารู้จักวิธีการประยุกต์ใช้จริงๆแล้ว  การกด 2 บัฟนี้ใช่วงเวลาต่างๆกันนั้น กลับมีผลในการต่อสู้อย่างมาก ในการ PVP หรือ BG ระหว่างทำการสู้เราอาจสลับไอ้เจ้า 2 บัฟนี้ไปมามากกว่า 3 รอบด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างง่ายๆ    

โจมตี >>>>> ตะโกน Battle เพื่อทำดาเมจ
เสียเปรียบ>>>> ตะโกน Command เพื่อเพิ่มอัตราการ Regen ของสกิล Enrage Regeneration หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ Defensive stance
กลับมาได้เปรียบ หรือต้องการ Bladestorm>>>>ตะโกนBattle อีกครั้งเพื่อเพิ่ม damage ให้ Whirwind
ลูกเล่นของ 2 บัฟนี้มีอีกเยอะครับ

และคำพูดของคุณ SpirtiExt  เกี่ยวกับ Weapon ผมเอามาให้อ่าน


“อาวุธของวอ Two hand ที่ควรจะใช้จะให้ดี ให้หาที่ไม่มีบวกค่า Hit หรือหากจะยัดเจม ควรยัดที่เพิ่มดาเมจเท่านั้น ไม่ควรยัดที่ทำ hit expertise หรือ Stamina หรือค่าอะไรก็ตามที่เราทำ cap ไว้กับ weapon เพราะถ้าเปลี่ยนอาวุธจาก stance หรือการโดน Disarm ทิ้ง ค่าที่ cap ไว้กับ Two hand  เล่มนั้นจะหายไปหมดทันที รวมทั้ง Hp จาก stamina ที่จะหายไปด้วย ทำให้ค่อนข้างจะเสียเปรียบมากในการต่อสู้ ทางแก้คือ หา one hand + shield ที่มีค่าบวกคล้ายๆ two hand มาใส่แทน”

(ผมจำไม่ได้ เรียบเรียงให้ใหม่ ไม่ว่ากันนะปอนด์555)

แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นต่อการใช้ค่าคำนวณ Stat ที่ต้องละเอียด และที่สำคัญ จะได้มาซึ่งค่า Status ต่างที่เราต้องการ วิธีที่ดีสุดเหนือสิ่งอื่นใด คือได้มาจากการ PVP เท่านั้น

และเมื่อคำนวณได้ตามชอบก็ต้องมีการฝึก PVP ให้มาก ฝึกทุกวัน ฝึกกับทุกคน แพ้ก็รับ ชนะก็รับ นั่นคือความละเอียดอ่อนที่จะพัฒนาตนเองไปสู่อีกขั้นครับ หลายครั้งหลายคราที่ผมอาจถอดใจ เนี่องด้วยข้อจำกัดของ Warrior ที่ไม่อาจสู้บาง Class ได้ (แต่บางทีเราแพ้เพราะบัค เจ็บปวดมาก>.,<)  แต่ให้สำนึกเสมอว่า แพ้เพื่อพัฒนาตนเอง แพ้เพื่อรู้แนวทางการรับมือกับ class นั้นๆ ที่ในวันข้างหน้าเราอาจจะปะทะ และเขาไม่ใช่ฝั่งเรา แม้ผมสู้ไม่ได้ แต่ก็สามารถรับมือ Class นั้นใน BG ได้ในระดับทนนานพอที่อีกฝ่ายจะเสียเปรียบ แล้วเพื่อนมาช่วยทัน  หรือบางครั้งสามารถล้ม Class นั้นได้ก็มี การดู gear เปลี่ยน gear เปลี่ยนการผสมผสานบ่อยๆ สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ได้ทั้งนั้น นี่คือสิ่งที่วิเศษของคนเล่น Warrior นั่นคือ อิสระไม่จำกัด

3. หัวใจหลักคือ Teamwork ดาเมจจำนวนมหาศาล และ Healer รู้ใจ!!!!

และนี่คือหัวใจหลักของคำว่า สายตี เมื่อเราคำนวณดูค่าต่างๆในตัวเราแล้ว เราก็รู้จักการทำดาเมจ ที่ควรจะทำ ดาเมจของ Warrior นั้นแสดงเป็นแบบเดียวคือ physical damage หรือดาเมจทางกายภาพ สามารถลดความแรงได้ด้วย armor absorb และถุกป้องกันได้ด้วยค่า block douge parry   immunt  ดังนั้น ดาเมจที่จะทำลงไป จะมากน้อย ขึ้นอยู่กับ ATP ของเรา เกราะกับค่าการป้องกัน และStepการป้องกันตัวของเป้าหมาย และความสามารถในการต่อสกิลเข้าทำของแต่ละบุคคล การจะเข้าทำดามจแบบต่อเนื่องจึงมีความสำคัญมาก ตรงจุดนี้คือความคิดส่วนตัวของผม อย่างที่พูดไว้ตอนแรก ค่าความถึกต่างๆก็มีความสำคัญ เมื่อเราปะทะคู่ต่อสู้ ช่วยให้เราสู้ได้สบายขึ้น Healer เราก็ Heal สบายขึ้น

แต่ลองมองในอีกแง่มุม มันจะดีกว่ามั๊ย หากเรามี healer ที่ดี เราใส่ใจกับการทำดาเมจ และเราสามารถสับส่งคู่ต่อสู้ไปลงหลุมได้อย่างรวดเร็วไม่เสียเวลา โดยยอมแลกกับความถึกที่เสียไปบางอย่าง เพราะใน BG หรือแม้แต่ PVP วินาทีเดียวก็มีค่า นั้นคือความเป็นจริง เพราะหากเอาไปเทียบกับ Serv จริงแล้ว (ซึ่งปัจจุบันมันก็เทียบไม่ได้อยู่ดี)Warrior ที่มีดาเมจเยอะ และมี healer ช่วยเหลือตลอด เป็นสิ่งที่ดีมาก เนื่องจากความที่ต้องเข้าไปทำดาเมจแบบซึ่งๆหน้า การมี Priest วิ่งช่วยตามตลอดนับเป็นอะไรที่ดีมาก โดยเฉพาะ Fury Warrior และมี Priest หรือ Healer class ที่รู้ใจ จะเป็นคู่คอมโบ ที่น่ากลัวมากใน Battleground สามารถวิ่งฝ่าเข้าไปสังหารฝ่ายตรงข้ามได้อย่างรวดเร็ว หลายตัวพร้อมๆกัน ข่มขวัญด้วย Titan Grip สุดโหด เพราะ Warrior  จะแสดงพลังได้เต็มที่ก็ต่อเมื่อ ได้โจมตีแบบเต็มร้อยเปอเซนต์ ซึ่ง Priest ช่วยชดเชยจุดนั้นที่ขาดหายไปได้อย่างเต็มที่  

และด้วยข้อจำกัดของ Physical damage การเข้าไปตีกับพวกตัวหนาๆ จึงเป็นเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยง ใน BG หากหลีกเลี่ยงการปะทะกับพวก Plate ด้วยกันไม่ได้ เราควรจะใช้วิธีการตีไปสักครู่ ให้เป้าหมายติดสถานะผิดปกติต่างๆ (ลดฮีล โดน dot หนืด.) แล้วให้เพื่อนที่ เป็น Class ที่มีคุณสมบัติโจมตีไม่ติดเงื่อนไขทางการป้องกันต่างๆ ก็คือท่านสายยิงทั้งหลาย ตามมามาสงเคราะห์ให้ไปสู่สวรรค์อย่างรวดเร็ว ดังนั้น เป้าหมายที่เราควรเลือก จึงเป็น class ที่มีคุณสมบัติตาม 4 ข้อนี้ น่าจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษจาก Warrior คือเป้าหมายสำหรับการโจมตีโดยทั่วไป ไม่ว่าจะปะทะกันใน BG ตบกันหน้าเมือง ตุ๋ยในป่าทึบแถว outland หรือยกพวกลงหน้า ICC เป้าหมายเราควรจะเป็นพวกที่...

...เกราะน้อย หรือสกิลป้องกันตัวเองน้อย (ยิ่งตีพวกตัวบางๆ เรายิ่งทำดาเมจได้เยอะนั่นเอง)
...เราสามารถโจมตีใส่ได้เต็มที่
...ไม่มีสกิลหนี หรือหนีก็หนีไม่ขาด สามารถตามได้
...การตายของตัวนั้น ทำให้ทีมเราได้เปรียบ และเล่นสบายขึ้น

แบบที่สอง เมื่อต้องการสนับสนุนการทำเกมส์ของทีม เป้าหมายที่ควรฆ่าก่อนจึงเป็นพวกที่....
...ตัวคีย์ที่มีความสำคัญต่อฝ่ายตรงข้ามเช่น Commander Flac Runner  Main Healer Mainkiller
...มีสกิล Aoe ที่รุนแรง และส่งผลต่อการทำเกมส์ของเรา
...ทำให้ตัว Support ฝ่ายเราติดสถานะผิดปกติต่างๆ ได้ง่าย
...ทำดาเมจได้รุนแรง หากปล่อยไว้อาจมีผลเสียหายได้ หรือมัน Support ทีมเทพมาก

นี่คือหลักๆของเป้าหมายที่ควรฆ่าใน BG หรือ World PVP  ก่อน แต่เราจะได้ปะทะกับตัวอะไร ย่อมไม่มีใครรู้ และการเลือกเป้าของเรา ควรดูระยะห่างของหน้าที่ต่างๆใน BG กับทีม เช่น หากเราพุ่งไปตรงนี้ heal จะตามทันมั๊ย ตีตัวนี้เพื่อนมันจะมาช่วยมั๊ย HP มันเท่านี้ ดาเมจเราเท่านี้ มันจะตายตอนใหน Gear เราเท่านี้ กับลิมิตของตัวเองที่จะไปปะทะกับทุก class ที่ลงไป ควรจะทำอย่างไร ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจส่วนบุคคล

แต่สิ่งที่ควรทำจริงๆก็คือ การฝึกเล่นเข้าขากับทีม วิธีนี้จะช่ายให้การสั่งการในการต่างๆง่ายขึ้นอย่างมาก เกมส์ใหนที่ทุกคนในทีมรู้งาน รู้หน้าที่ เกมส์นั้นจะเป็นอะไรที่วิเศษเป็นอย่างยิ่ง Warrior ก็เช่นกัน หน้าที่คือทำดาเมจ Tank ได้ในบางครั้ง ก็ควรฝึกที่จะตั้งใจทำจุดนั้นอย่างเต็มที่

จะทำให้พลิ้ว หรือฝึกให้เล่นได้ดี สามารถทำได้ได้ไม่ใช่แค่ลง BG  เพราะการลง  Arena บ่อยๆ PVP บ่อยๆ ไปบุกเมืองฝั่งตรงข้าม หรือแม้แต่การช่วยกันกันเมืองตัวเอง สิ่งเหล่านี้ จะช่วยฝึกทักษะพื้นฐานได้อย่างดี หากทำหน้าที่ตรงนั้นไม่ได้ดีนัก อย่างพึ่งถอดใจ ทนรับความกดดันจากคนอื่นๆไปสักครู่ ผมรับรองว่ามีแน่ๆ ทั้งจากทีม และเพื่อนตัวเอง แต่หากเปิดใจยอมรับแล้ว กับสิ่งที่เราจะได้มาในภายหลัง สำหรับ Warrior อย่างผมแล้ว มันคุ้มค่าที่จะถูกด่า ถูกหยาม เมื่อเราสามารถ เก่งขึ้น จากการโดนด่าได้  เพราะการเล่น BG หรือ PVP ที่สนุกและเข้มข้น คือการเล่นภายใต้ความกดดันจากทั้งทีม และฝ่ายตรงข้าม แต่อยู่ภายใต้การตัดสินใจของเรา ถ้าเราไปอยู่กับทีม และเข้ากับทีมได้แล้ว ทีมยอมรับเรา และนั่นหละ อิสระจะมาอยู่กับเราเองครับ อิสระในการตัดสินใจ  ถอยหรือสู้ รุกหรือรับ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของเราเองแล้ว  

ส่งท้าย

สิ่งที่จะบอกก่อนจบ เมื่อมองความเป็นจริงใน Serv เรา Inside4play แล้ว ผมรู้สึกว่า ค่าความสมดุลของการสร้างตัวละคร และไอเทมPVPนั้นสูญเสียไปแล้ว กลายเป็นปัจจุบันความถึกอย่าง resilenc จะมีความสำคัญมาก มากในแบบที่เรียกว่าแทบจะขาดกันไม่ได้เมื่อลง BG  ไม่ว่าจะ melee หรือ rang จะสายตีหรือสาย สายยิง หรือสนับสนุน เพราะไอเทมดีๆ มีกันเยอะชนิดที่ว่าหาง่ายมากกว่าสมัยก่อนๆนับร้อยๆเท่า ให้เข้าใจอีกทีคือมันล้นจนเป็นของไร้ค่าไปแล้ว ไม่อยากบอกว่ามันเป็นขยะ หรืออาจมองได้อีกมุมว่า ไอเทมมีค่า แต่หลายต่อหลายคนไม่เห็นค่าของมัน ปั้นใหม่มาเรื่อย ของหาง่าย ทำให้ไม่ใส่ใจตัวละครหลักที่จะเล่น ฝีมือจึงคนกลุ่มนั้นจึงออกไปทางNoob กากๆ มากกว่า  กับ Sev ที่ตัวละครรองเยอะแต่เล่นNoob และสมัยนี้คนที่เล่นดีๆ Step ไม่ช่วยให้หนีรอดความตายจากการโดนประเคนสหบาทาได้เหมือนแต่ก่อน เพราะพวกที่เล่นNoob สามารถมีไอเทมสูงเทียบเท่าคนเก่าๆเล่นดีๆอย่างรวดเร็วมาก

จริงอยู่ที่ว่าลำพังฝีมือของคนเก่าๆเล่นดีๆก็พอจะล้มพวกNoobลงได้สบายอยู่  แต่พอค่า  Resilence เข้ามาทำหน้าที่ ช่วยส่งเสริมพวกNoobตรงจุดนั้น และบังเอิญว่าทำได้ดีเสียด้วย นี่คือข้อเสียร้ายแรงของไอเทมเทพที่ดันดรอบล้นจนเป็นมลพิษ เพิ่มความเทพให้ Noob อย่างมหาศาล เก่งเพียงเพราะแค่มีของ PVP ระดับสูงใส่แค่นั้น ทำให้Noobบางคนสามารถยืนหยัดหน้าด้านใน BG ได้นานเพียงเพราะว่ามีค่า Resilenc สูงทั้งๆที่ไม่ได้ช่วยทีมเลยแม้แต่นิดเดียว Noobบางคน หลายคนเก่งเพียงเพราะมีบัคให้ใช้ ทุกคนต่างโหยหาความถึก อยากใส่ของ PVP จนลืมถึงประสิทธิภาพในการทำหน้าที่ของ Class ตัวเอง มีเพียงบางคนเท่านั้นที่รู้หน้าที่ หาของใส่ชุดเข้ากับ class ตัวเองให้ทำดาเมจเต็มที่ กับเซิฟที่ Personal Step แทบจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา ผมไม่ได้บอกว่าใม่ชอบ Resilence หรือชุด PVP แต่ถ้าหากลดความเวอร์ที่มันตก มีลิมิตในการสวมใส่ และเพิ่มเงื่อนไขที่จะได้มาของไอเทมประเภทนี้ ให้ยากขึ้นกว่าที่จะไปลงดัน==! VOA==!... จะเป็นเรื่องที่ดีมาก

สำหรับผมแล้ว ไม่มีอะไรน่าเบื่อเท่ากับการที่ต้องไปปะทะกับฝ่ายตรงข้ามที่ใส่เกราะหนาระดับเทียบเท่าคนเล่น Arena ระดับสูง มาพร้อม Resilenc มาอย่างมหาศาล การเล่น BG ในทุกวันนี้ จึงดูกร่อยลงไปเยอะ สิ่งที่พอจะนับเป็นข้อดี หรือเหลือให้สนุกคือ หลังจาก ที่ Furious ดรอบแบบ Over มหาศาล BG ของเซิฟนี้จึงไม่มีที่ให้ Hero คนใหนยืนได้อีกต่อไป  NO Show pow Show lnw คงเหลือแค่คำว่า ใจสู้ กับ Teamwork เท่านั้น ที่เป็นตัวตัดสินชี้ขาดในสงครามอย่างแท้จริง

ทั้งพูดทั้งบ่น ขอหน่อย อัดอั้นมานาน lol
แล้วเจอกันใหม่ครับ รักทุกคน By Dory





    

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

dory you suck

#1 By sura (112.142.102.185) on 2010-08-17 11:06

ต้องจำไว้อย่าง BG ต่างจาก duel 1v1 อยู่แล้ว
ถึกไปทำไม ถ้าเรามี teamwork ดี ๆ เน้นโจมตีไปเลยแจ่มสุด ๆ

#2 By Tae the Assassin on 2010-08-17 13:43

เดี๋ยวจะเล่น BG ไปอีกสักเดือนสองเดือน จะหาวิธีสร้าง zone สังหาร และ zone ปลอดภัย ใน BG เดี๋ยวมาเพิ่มให้ต่อwink

#3 By Dor (114.128.219.10) on 2010-08-26 10:19